• TH EN
    TH
พายุมุ่งหน้าขึ้นฝั่งเมืองคอน เกษตรฯแจ้งด่วนเฝ้าระวังสตอร์มเซิร์จ นายกฯสั่ง16จว.รับมือ'ปาบึก'
นายกฯประชุมสั่งการผู้ว่าฯ 16 จว. ด้านรมว.เกษตรฯ แจ้งด่วน เฝ้าระวังสตรอมเสิร์จ กรมชลประทาน พร่องน้ำอ่างเก็บน้ำ 16 แห่ง เฝ้าระวัง 17 อ่างเก็บน้ำพื้นที่ฝนหนัก "คมนาคม" ปิดสนามบินนครศรีธรรมราช สั่ง 7 สนามบินเตรียมแผนฉุกเฉินรับมือพายุปาบึก
  • พายุมุ่งหน้าขึ้นฝั่งเมืองคอน เกษตรฯแจ้งด่วนเฝ้าระวังสตอร์มเซิร์จ นายกฯสั่ง16จว.รับมือ
  • หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่า พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อนปาบึก กำลังเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน ก่อนจะเข้าสู่ทะเลอ่าวไทยประมาณวันที่ 2-3 มกราคม 2562 และจะขึ้นฝั่งในจังหวัดภาคใต้ของไทย ประมาณวันที่ 3-4 มกราคมนี้ จะทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนัก มีน้ำสะสมเพิ่มขึ้นตามจังหวัดต่างๆ จนอาจเกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ และทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร โดยจังหวัดทางภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและอันดามันที่อาจจะได้รับผลกระทบจาก พายุโซนร้อนปาบึก คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช เพชรบุรี พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง พังงา ภูเก็ต โดยฝั่งอ่าวไทย จะได้รับผลกระทบก่อนนั้น

  • ล่าสุด รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจประสานงานและประชาสัมพันธ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ประสานการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นศูนย์รวมข่าวสารสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้ประชาชน และ เชื่อมโยงข้อมูลในการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง รวมทั้งการรับแจ้งเหตุและประสานงานกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลือ รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

  • วานนี้ (3 ม.ค.2562)พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์ จากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัด ภาคใต้ และ 2 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง เพื่อติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก พร้อมสั่งการไปถึงผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยตรง

  • ตัวแทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกต่อนายกรัฐมนตรีว่า สถานการณ์พายุมีศูนย์กลางอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ห่างจากฝั่งตะวันออกของ จ.ปัตตานี ประมาณ 300 กิโลเมตร ห่างจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.ปากพนัง ประมาณ 400-500 กิโลเมตร

  • การเคลื่อนตัวของพายุ ณ ขณะนี้เคลื่อนไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเคลื่อนตัวของพายุคาดว่าจะเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ส่วนพลังของพายุ ณ ปัจจุบัน ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางของพายุ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าตอนนี้พายุอยู่ในทะเลพลังก็จะมากขึ้น และคาดว่าจะมีพลังมากขึ้นอีกเมื่อเคลื่อนเข้าใกล้ภาคใต้ของประเทศไทย สถานการณ์ ณ ขณะนี้ เบื้องต้น คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งแนว อ.ปากพนัง อ.สิชล ใน จ.นครศรีธรรมราช

  • ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ระบุว่า ความสูงคลื่นในทะเล ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางพายุ มีความสูงประมาณ 3 เมตร ส่วนชายฝั่งทั่วไปขณะนี้มีความสูงคลื่นอยู่ที่ 1-2 เมตร แต่เชื่อว่าหลังจากพายุเคลื่อนเข้ามาคลื่นจะสูงขึ้นและจะเกิดปัญหาน้ำทะเลหนุน เนื่องจากตัวพายุดูดน้ำเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ลุ่มใกล้ชายฝั่งด้วย

  • พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่า ได้ประเมินผลกระทบเมื่อพายุเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ทุกจังหวัดภาคใต้ และภาคกลางตอนล่าง คือ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดตั้งกองบัญชาการภัยพิบัติ และกองอำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ของเหล่าทัพ และหน่วยงานอื่นๆ และให้กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  • ทั้งนี้ ได้มีการประกาศงดเดินเรือในพื้นที่เสี่ยง และเตรียมอพยพนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเกาะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงภัยออกจากพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในเช้าวันพรุ่งนี้ (4 ม.ค.)

    ในช่วงแรกพายุจะเข้าในช่วงภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส แล้วจะเคลื่อนมาทางเหนือเข้าที่ จ.ชุมพร ซึ่งขณะนี้ประชาชนบางพื้นที่ใน จ.นครศรีธรรมราช ได้อพยพออกจากพื้นที่แล้ว

  • ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักในการปฏิบัติการ ขอให้ทำงานโดยยึดหลักพระบรมราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้มีการเตรียมแผนงาน เมื่อถึงเวลาก็จะแก้ไขปัญหาได้ทันที พร้อมย้ำให้ผู้ว่าฯ ดูแลความเป็นอยู่ อาหารการกินและสาธารณูปโภคของประชาชนขอให้เร่งระบายน้ำและพร่องน้ำให้ดีที่สุด

  • นอกจากนี้ ควรมีการสำรวจความแข็งแรงของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เพื่อซ่อมแซมให้แข็งแรงเตรียมพร้อมรับน้ำ และต้องเตรียมเครื่องมือทางน้ำต่างๆ โดยเฉพาะเรือท้องแบนไว้ให้พร้อม รวมทั้งประสานมูลนิธิในพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นต้องแจ้งประชาชนให้รับทราบ เพื่อให้มีการเตรียมการอพยพได้อย่างทันท่วงทีต้องเตรียมป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ช่วยให้ประชาชนไทยปลอดภัยมากที่สุด

  • นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดสถานการณ์ 24 ชม.ทั้งด้านการสูบน้ำ การอพยพปศุสัตว์ การเตือนประชาชนโดยจากการประชุมกองบัญชาการและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ในการเฝ้าระวังและเตรียมการเผชิญเหตุกรณีพายุโซนร้อน ปาบึกพบว่าแนวโน้มสถานการณ์วันที่ 3-5 ม.ค.2562 มีปริมาณฝน 200-300 มม.ต่อวัน มีคลื่นความสูง 3-5 เมตร

  • ทั้งนี้กำหนดให้กรมชลประทานประเมินความเสี่ยง และลดความเสี่ยงเตรียมป้องกันเหตุ โดยติดตามเส้นทางพายุ ปริมาณฝน ปริมาณน้ำท่า คลื่นจากพายุ (strom surge) เพื่อดำเนินการพร่องน้ำ ระบายน้ำ รองรับมวลน้ำ และบริหารจัดการน้ำในเขื่อน อ่าง ขนาดต่างๆ ให้สอดคล้องขนาดและความรุนแรงของพายุ

  • นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งได้เตรียมการล่วงหน้าพร่องน้ำทั้งอ่างเก็บน้ำและลำน้ำต่างๆ ไว้แล้ว

  • สำหรับการวิเคราะห์รายพื้นที่ พบว่ามีอ่างเก็บน้ำที่ต้องพร่องน้ำเพิ่มประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขนาดกลางอีก 15 แห่ง จ.เพชรบุรี 3 แห่งจ.ประจวบคีรีขันธ์ 8 แห่งจ.สุราษฎร์ธานี 1 แห่งจ.นครศรีธรรมราช 2 แห่งและ จ.กระบี่ 1 แห่ง

  • นอกจากนี้ มีอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 17 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และขนาดกลางอีก 16 แห่ง ใน จ.เพชรบุรี 4 แห่งจ.สุราษฎร์ธานี 1 แห่งจ.นครศรีธรรมราช 2 แห่งจ.กระบี่ 2 แห่งจ.ตรัง 2 แห่งจ.พัทลุง 1 แห่งจ.สงขลา2 แห่งและ จ.นราธิวาส อีก 1 แห่ง

  • นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการทำการบินในช่วงวันพรุ่งนี้ เนื่องจากจะมีพายุปาบึกพัดเข้า ส่งผลให้ทางท่าอากาศยานออกประกาศนักบินปิดรันเวย์ ตั้งแต่ 24.00 น.ของวันที่ 3 ม.ค. ถึง 24.00 น.ของวันที่ 4 ธ.ค.หรือปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ทย. ยังสั่งการให้มีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำศูนย์ 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานข้อมูลแก่กระทรวงคมนาคมเป็นระยะ

  • นอกจากนี้ยังสั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่รวม 7 แห่งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ท่าอากาศยานระนองท่าอากาศยานกระบี่ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนราธิวาส รวมทั้ง ทย.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อติดตามสถานการณ์ ณ กรมท่าอากาศยาน

  • พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้ หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล มีเรือหลวงอ่างทอง หมายเลข 791 ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล และเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ที่จอดเทียบท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ในปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีหากเกิดภัยพิบัติจากพายุปาบึกพื้นที่ภาคใต้ ด้วยแนวทาง FROM THE SEA สามารถออกเรือเดินทางได้เมื่อหน่วยเหนือสั่งการ

  • ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติจากวาตภัย เรือหลวงอ่างทอง พร้อมที่จะออกเรือจาก ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพื้นที่ในจ.นครศรีธรรมราช ภายใน 15 ชม. สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

  • ตลอดแนวอำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอขนอม อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทรโดยทั้ง 6 อำเภอมียอดรวมการอพยพของประชาชนร่วม 3 หมื่นคนกระจายไปยังศูนย์อพยพชั่วคราวของแต่ละอำเภอที่มีอยู่กว่า 40 จุด ขณะที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช นายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล พร้อมด้วยกำลังทหารร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 เข้าอพยพประชาชนจากชุมชนบ้านฝายท่า หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล รวมกว่า 2,400 คนไปยังโรงเรียนวัดห้วยทรายทอง ซึ่งอยู่ออกไปราว 5 กม.โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนเป็นที่พักชั่วคราวซึ่งเตรียมความพร้อมสามารถดำเนินการอพยพประชาชนใน 9 ตำบลชายฝั่งไปยังศูนย์อพยพได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเตรียมพร้อมด้านเครื่องอุปโภคบริโภคในศูนย์อพยพไว้ให้ผ่านสถานการณ์ไปได้

  • ส่วนพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่แนวปะทะของพายุโซนร้อนปาบึก ได้มีการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยไปอาศัยอยู่ที่อาคารโรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองปากพนัง ห่างจากแนวชายฝั่งแหลมตะลุมพุกกว่า 20 กิโลเมตร

  • ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message