• TH EN
    TH
กรมส่งเสริมการเกษตรเผยมาตรการสู้ภัยแล้ง พร้อมแนะเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล-ไม้ยืนต้นวางแผนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดน้ำ
  • กรมส่งเสริมการเกษตรเผยมาตรการสู้ภัยแล้ง พร้อมแนะเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล-ไม้ยืนต้นวางแผนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดน้ำ
  • ปี 2562 ประเทศไทยเสี่ยงเผชิญวิกฤตภัยแล้งมากกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในเขื่อนทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบหลายปีที่ผ่านมาทำให้ฤดูร้อนมาเร็วกว่าทุกปี และมีอุณหภูมิความร้อนสูงขึ้นกว่าปกติ 1-2 องศาเซลเซียส กรมส่งเสริมการเกษตรคาดการณ์ว่า พื้นที่การเกษตรหลายแห่งอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม- มิถุนายน 2562 จึงได้กำหนดมาตรการจัดการภัยแล้ง เพื่อลดผลกระทบและดูแลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งในปีนี้

  • นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2561/ 62 โดยพิจารณาจากนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ โดยกำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง จำนวน 16.08 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชในเขตชลประทาน จำนวน 10.46 ล้านไร่ แยกเป็น นาข้าว 8.03 ล้านไร่ พืชไร่ และพืชผัก 2.43 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทาน จำนวน 5.62 ล้านไร่ แยกเป็นนาข้าว 3.18 ล้านไร่ พืชไร่ และพืชผัก 2.44 ล้านไร่
  • ปัจจุบันพบว่า ทั่วประเทศมีเกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้ว จำนวน 13.43 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน จำนวน 9.31 ล้านไร่ แยกเป็น นาข้าว 8.74 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผัก 0.57 ล้านไร่ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วจำนวน 4.12 ล้านไร่ แยกเป็น นาข้าว 2.64 ล้านไร่ พืชไร่และผัก 1.48 ล้านไร่
  • กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดมาตรการดูแลเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562 ดังนี้ 1. ระยะเตรียมความพร้อม ได้แก่ การเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบ จัดทำฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรด้านพืชให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำการดูแลรักษาต้นพืช ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และวางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม
  • นอกจากนี้ ได้จัดทำโครงการปลูกพืชทดแทนนาปรัง โดยพิจารณาให้เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร และตลาด มีสถานที่จำหน่าย ตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น โครงการปลูกพืชหลากหลายในฤดูนาปรังปี 2562 โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 และสนับสนุนด้านวิชาการ รวมถึงการประกันภัยพืชผล
  • 2.การจัดการในภาวะฉุกเฉิน เน้นขอความร่วมมือเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด ให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ และประเมินผลกระทบเบื้องต้น และ 3. การฟื้นฟู จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและประเมินความเสียหายภายใน 15 วัน ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามระเบียบราชการ รายละไม่เกิน 30 ไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรคาดการณ์ว่า พื้นที่นาข้าว พืชไร่และพืชผัก จะไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในเดือนเมษายนนี้
  • ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2562 ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนสูงกว่าปี 2561 และยาวนานกว่าปีที่ผ่านมา อาจกระทบกับพื้นที่เพาะปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร มีข้อปฏิบัติในการดูแลพืช โดยขอให้เกษตรกรวางแผนการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดตลอดฤดูแล้ง ควรให้น้ำพืชเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น เพื่อลดการระเหยของน้ำ เลือกใช้ระบบน้ำที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดพืช รักษาความชื้นในดิน โดยใช้วัสดุคลุมหน้าดิน เช่น ใบไม้ ฟางข้าวและหญ้าแห้ง นอกจากนี้ ควรตัดแต่งกิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดการคายน้ำของพืช หากเกษตรกรมีข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

    ยืนยันคำสั่ง?
    คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
    Message