• TH EN
    TH
กรมวิชาการฯเตือนชาวไร่องุ่น เฝ้าระวังการระบาด‘เพลี้ยไฟ’
  • กรมวิชาการฯเตือนชาวไร่องุ่น เฝ้าระวังการระบาด‘เพลี้ยไฟ’
  • กรมวิชาการเกษตร ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกองุ่น ในระยะนี้ขอให้เฝ้าระวังและสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ มักพบในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชที่ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และช่อผล ทำให้เกิดแผลสีน้ำตาล บริเวณใกล้ขั้วช่อองุ่น ดอก ใบ และผล บ้างเกิดสะเก็ดแผลตามช่อผลองุ่น เมื่อผลองุ่นขยายผลโตขึ้นบริเวณที่ถูกทำลายจะแตก และเป็นช่องทางให้โรคองุ่นเข้าทำลายได้ ส่วนช่อหรือยอดอ่อนที่ถูกทำลายตั้งแต่เล็กจะชะงักการเจริญเติบโต ทำให้ช่อดอก ใบ หรือผลแคระแกร็น

  • สำหรับแนวทางในการป้องกันกำจัด ให้เกษตรกรตัดแต่งกิ่ง ยอดอ่อน ตายอด และตาข้างอย่างสม่ำเสมอ เพราะเพลี้ยไฟมักทำลายยอดองุ่นที่แตกใหม่ หลีกเลี่ยงการปลูกองุ่นในพื้นที่ใกล้เคียงพืชอาศัย อาทิ มะม่วง ด้วยเพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีขนาดเล็ก สามารถปลิวตามลมระบาดจากสวนมะม่วงไปยังสวนองุ่นได้ง่าย ส่วนในช่วงฤดูที่ต้นองุ่นออกดอก เกษตรกรควรหมั่นตรวจดูเพลี้ยไฟในแหล่งที่มีพืชอาศัยอื่นๆ เช่น มะม่วง โดยเฉพาะให้ตรวจดูบริเวณด้านที่อยู่ใต้ลมและบริเวณขอบแปลง หากพบให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร สามารถควบคุมเพลี้ยไฟได้นาน 5 วัน

  • เมื่อพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ เกษตรกรควรดำเนินการป้องกันกำจัดด้วยการพ่นสารฆ่าแมลงชนิดที่ไม่มีผลกระทบต่อองุ่น อาทิ สารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5%เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอลอัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร จะสามารถลดปริมาณและป้องกันกำจัดควบคุมเพลี้ยไฟได้นาน 5 วัน

ยืนยันคำสั่ง?
คุณต้องการดำเนินการต่อไปหรือไม่?
Message