ตกลง
แผ่นดินทอง
PANDINTHONG
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธกส.
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัมบาฮี ลดนำเข้า..เพิ่มโอกาสรายย่อย
19 พ.ค. 2565
30

อินทผลัมเป็นพืชแยกต้นเพศผู้และเพศเมีย จะปลูกให้ได้ผลผลิตต้องปลูกต้นเพศเมียเท่านั้น แต่การเพาะเมล็ดอินทผลัมนั้น นอกจากเสี่ยงกลายพันธุ์แล้ว ยังเสี่ยงสูงที่จะได้ต้นเพศผู้มากกว่าต้นเพศเมีย ที่สำคัญจะรู้ก็ต่อเมื่อปลูกไปแล้ว 2-3 ปี จนต้นออกดอก แม้ปัจจุบันจะสามารถส่งตรวจทดสอบเพศของต้นอินทผลัมได้แล้ว แต่ยังไม่การันตีถึงคุณภาพของผลผลิตที่ออกมา เกษตรกรจึงนิยมซื้อต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต่างประเทศที่มีราคาสูงต้นละ 1,500-2,000 บาท ทำให้เกษตรกรต้องเจอกับต้นทุนที่สูงขึ้น เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงได้ยาก

 

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงร่วมกับ บริษัท พี โซลูชัน จำกัด พัฒนาเทคนิคการขยายพันธุ์อินทผลัมพันธุ์บาฮีในเชิงการค้า โดยใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้สามารถขยายต้นกล้าอินทผลัมพันธุ์บาฮีในระดับห้องปฏิบัติการ และต่อยอดสู่ในระดับเชิงพาณิชย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช.

ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต นักวิจัยจากทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค เผยว่า อินทผลัมเป็นพืชตระกูลปาล์มที่โตช้า ดังนั้นการพัฒนาเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการจึงใช้ระยะเวลานาน ทีมวิจัยจึงเริ่มที่การคัดเลือกต้นอินทผลัมเพศเมียสายพันธุ์บาฮีที่มีลักษณะดี เพื่อใช้เป็น ต้นแม่ โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก นายรณชัย วงษ์ศรีทา เกษตรกรเจ้าของอินทผลัมสวนลุงขุน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

 

โดยนำเนื้อ เยื่อเจริญส่วนยอดและใบอ่อนของต้นแม่มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเป็นเวลากว่า 1-2 ปี จนสามารถชักนำให้เกิดการพัฒนาเป็นกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่าแคลลัส และแคลลัสสามารถเจริญไปเป็นต้นอ่อนสมบูรณ์ได้

“ในอินทผลัมเราสามารถ ทำได้เร็วกว่าปาล์มน้ำมัน เวลา 1-2 ปี เริ่มเห็นเป็นยอดอ่อนสีเขียวพัฒนาจากแคลลัสแล้ว แต่ในปาล์มน้ำมันใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี โดยยอดอ่อนสีเขียวที่เห็นนี้ถือว่าสำเร็จไปแล้ว 80% และจากประสบการณ์ของทีมวิจัย เราเห็นแนวโน้มว่าจะพัฒนาไปเป็นต้น พร้อมนำลงปลูกในดินต่อไป ในอนาคตคาดว่าจะมีการใช้ระบบไบโอรีแอคเตอร์เข้ามาช่วย เร่งกระบวนการในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของอินทผลัมบาฮี เพื่อเพิ่มจำนวนให้ได้เป็นจำนวนมาก”

 

ดร.ยี่โถ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาเราต้องนำเข้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อราคาสูงจากอิรัก อียิปต์ รวมถึงอังกฤษ ฉะนั้น จึงมีแต่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่ลงทุนปลูกได้ แต่หากเราสามารถผลิตต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เองในประเทศ และทำให้มีราคาถูกกว่าของต่างประเทศ จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้มาก และทำให้เกษตรกรรายย่อยมีโอกาสปลูกได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ที่การนำเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้ในการขยายพันธุ์อินทผลัมพันธุ์บาฮีในเชิงการค้าครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของงานวิจัยที่ไบโอเทคนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจที่มีอายุยาวในประเทศไทย.

 

 

 

ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์

https://www.thairath.co.th/news/local/2395550

 

 

PANDINTHONG.COM
Loading