ความสัมพันธ์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี

ASEAN : Association of Southeast Asian Nations

ภาพรวมความสัมพันธ์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี

ภูมิหลัง

สาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ (กลต.) เริ่มมีความสัมพันธ์กับอาเซียนเมื่อปี 2532 ในฐานะคู่เจรจาเฉพาะด้าน และได้รับสถานะเป็นประเทศคู่เจรจาอย่างเป็นทางการในปี 2534 ต่อมาในปี 2547 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมืออย่างรอบด้าน (Joint Declaration on Comprehensive Partnership) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

ในปี 2552 กลต. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-กลต. สมัยพิเศษ ที่เกาะเจจู เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-กลต. ครั้งที่ 13 ที่กรุงฮานอย เมื่อเดือนตุลาคม 2553 อาเซียนและ กลต.ได้เห็นชอบให้ยกระดับความสัมพันธ์จากหุ้นส่วนรอบด้านเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และได้รับรองปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง (Joint Declaration on ASEAN-Republic of Korea Strategic Partnership for Peace and Prosperity) และแผนปฏิบัติการอาเซียน-กลต. เพื่อดำเนินการตามปฏิญญาดังกล่าว ระหว่างปี 2554-2558 (ค.ศ. 2011-2015)

ความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง

  1. กลต. ได้ภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ในปี 2547 และได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายสากล (Joint Declaration for Cooperation to Combat International Terrorism) กับอาเซียน ในปี 2548
  2. กลต. จัดตั้งสำนักงานคณะผู้แทนถาวร กลต. ประจำอาเซียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม 2555 และแต่งตั้งคณะผู้แทนถาวร กลต. ประจำอาเซียนแล้ว โดยมีนาย Baek Seong-taek ศาสตราจารย์ประจำสถาบันการทูตเกาหลี(Korea National Diplomatic Academy—KNDA) กระทรวงการต่างประเทศและการค้าเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวร กลต.ประจำอาเซียนคนแรก
  3. ในด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ กลต. ยินดีกับการรับรอง Declaration on Drug-Free ASEAN 2015 โดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 20 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 ซึ่งผู้นำอาเซียนขอให้ กลต. ส่งเสริมความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

  1. อาเซียนและ กลต. ได้ร่วมลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation) ในปี 2548 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าในปี 2549 ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการในปี 2550 และความตกลงว่าด้วยการลงทุนในปี 2552
  2. ในปี 2554 กลต. เป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของอาเซียน รองจากจีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ในขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของ กลต. รองจากจีน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันประมาณ 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 28.5 (มูลค่าการค้ารวมในปี 2553 อยู่ที่ 97.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-กลต. ครั้งที่ 15 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าระหว่างกัน และใช้ประโยชน์จาก ASEAN-Korea FTA ให้มากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกันเป็น 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2558
  3. ในปี 2553 กลต. เป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีมูลค่าการลงทุน 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 4.9 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมดในอาเซียน
  4. ในปี 2552 ได้มีการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-เกาหลี ที่กรุงโซล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ทั้งนี้ ไทยปฏิบัติตามพันธกรณีด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์อาเซียน-กลต. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยมีวาระการปฏิบัติหน้าที่จนถึงเดือนธันวาคม 2557 (http://www.aseankorea.org/main/index/index002.jsp)

ความร่วมมือด้านการพัฒนา

  1. กลต. ได้จัดตั้งกองทุน ASEAN-ROK Future Oriented Cooperation Projects (FOCP) และ กองทุน ASEAN-ROK Special Cooperation Fund (SCF) เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับ กลต. โดยในการประชุมสุดยอดอาเซียน-กลต. สมัยพิเศษ ในปี 2552 กลต. ได้ประกาศเพิ่มการให้เงินสมทบทุนแก่กองทุน ASEAN-ROK SCF หลังจากปี 2553 จากเดิมปีละ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. ในด้านการลดช่องว่างด้านการพัฒนาในอาเซียน กลต. ได้ให้ความช่วยเหลือโครงการภายใต้ข้อริเริ่ม เพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration – IAI) อย่างต่อเนื่อง และได้จัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศลุ่มน้ำโขง-กลต. ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 เพื่อสนับสนุนการลดช่องว่างด้านการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

บทบาทของไทย

ไทยผลักดันให้ กลต.

  1. สนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยต่อยอดจากการที่ กลต. ส่งคณะทูตพิเศษมาไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 และในเดือนสิงหาคม 2555 ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อขยายความร่วมมือระหว่างกัน
  2. สนับสนุนให้ กลต. มีบทบาทแข็งขันในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อมโยง โดยจัดตั้งคณะทำงานด้านความเชื่อมโยงเพื่อให้การส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงระหว่าง อาเซียน-เกาหลี มีความชัดเจนมากขึ้น และขอให้ กลต. ช่วยพัฒนาความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ พิธีศุลกากรและโลจิสติกส์ในพื้นที่ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
  3. ผลักดันให้ กลต. มีบทบาทในการลดช่องว่างด้านการพัฒนาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง (เช่นอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง)
  4. การเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี ให้เต็มประสิทธิภาพ และให้ กลต. เข้าร่วมกระบวนการเจรจาจัดทำ RCEP อย่างแข็งขัน

พัฒนาการล่าสุด

ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-กลต. ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 ที่กรุงพนมเปญ ที่ประชุมเห็นชอบ

  1. ให้อาเซียน และ กลต. ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน
  2. อาเซียนขอให้ กลต. สนับสนุนการสร้างประชาคมอาเซียน และความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยการจัดตั้งกลไกประสานงานกับฝ่ายอาเซียน
  3. ส่งเสริมให้ กลต. ขยายบทบาทในการลดช่องว่างด้านการพัฒนาในภูมิภาค เช่น ในกรอบ Initiative of ASEAN Integration (IAI) และความร่วมมือแม่โขง–กลต.
  4. ขยายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ ความร่วมมือด้านป่าไม้ เทคโนโลยีสีเขียว
  5. ส่งเสริมการเชื่อมโยงในระดับประชาชน โดยขอให้ กลต. ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาอาเซียนเพิ่มขึ้น
  6. ขยายความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยขอให้ กลต. ให้การสนับสนุนศูนย์จัดการภัยพิบัติ (AHA center) ของอาเซียน
  7. ผลักดันการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการอาเซียน-กลต. ระยะ 5 ปี (2554-2558) ในสาขาต่าง ๆ ให้บรรลุผล
  8. เสนอให้ศูนย์อาเซียน –กลต. มีบทบาททางการค้าและวัฒนธรรม
  9. สนับสนุนให้แก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลีอย่างสันติวิธีผ่านการเจรจาหกฝ่าย

ประเด็นที่ไทยผลักดันในการประชุมสุดยอดอาเซียน–กลต. ครั้งที่ 15 ได้แก่

  1. สนับสนุนให้ กลต. เพิ่มบทบาทในการเชื่อมโยงระหว่างอาเซียน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้าน ICT และนวัตกรรมของ กลต. โดยเฉพาะการพัฒนากฎระเบียบ พิธีศุลกากร และโลจิสติกส์ ในพื้นที่ชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการเชื่อมโยงถนนและทางรถไฟในอาเซียน และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงคาบสมุทรเกาหลี
  2. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีให้เต็มประสิทธิภาพ สนับสนุนให้นักลงทุน กลต. เข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้าน ICT และนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนให้ศูนย์อาเซียน-เกาหลี จัดโครงการอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้ประกอบการ SME
  3. สนับสนุนให้ กลต. ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาในกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลีใต้ ตามที่ได้จัดตั้งกองทุนความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลีใต้

กลต. ผลักดัน/เสนอข้อริเริ่มที่สำคัญ ได้แก่

  1. การลดช่องว่างด้านการพัฒนาในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง
  2. ขอให้อาเซียนขยายความร่วมมือทางการค้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ กลต. ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มาช่วยพัฒนาอาเซียนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการด้านภัยพิบัติการบริหารจัดการด้านป่าไม้ และเทคโนโลยีสีเขียว
  3. ส่งเสริมความร่วมมือด้าน cyber university กับประเทศในอาเซียน
  4. สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อาเซียน – เกาหลีใต ้ ให้จัดกิจกรรมส่ง เสริมการค้าและวัฒนธรรม