ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย

ASEAN : Association of Southeast Asian Nations

ความเป็นมา

อาเซียนกับอินเดียเริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในปี 2535 ในลักษณะคู่เจรจาเฉพาะด้าน และยกระดับขึ้นเป็นคู่เจรจาอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2538 ต่อมาได้พัฒนาความสัมพันธ์สู่ระดับการประชุมสุดยอดครั้งแรก เมื่อ 5 พ.ย. 2545 ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียในปี 2554 นี้ จะเป็นการประชุมครั้งที่ 9

ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย เป็นความสัมพันธ์อย่างรอบด้านในฐานะหุ้นส่วน โดยมีเอกสาร ASEAN-India Partnership for Peace, Progress and Shared Prosperity กำหนดแนวทาง ในการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา โดยมีแผนปฏิบัติการรองรับทั้งสองฝ่ายได้จัดตั้งกองทุน ASEAN-India Fund เพื่อสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการฉบับปี 2553-2558

ด้านการเมืองและความมั่นคง

อินเดียได้เข้าร่วม ASEAN Regional Forum (ARF) ตั้งแต่ปี 2539 โดยมีบทบาทในเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และได้ภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรี และความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2546 อีกทั้งได้รับรองแถลงการณ์ร่วมกับอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายสากล ในปีเดียวกัน นอกจากนั้น อินเดียยังได้เข้าเป็นสมาชิกของ East Asia Summit (EAS) ในปี 2548

ด้านเศรษฐกิจ

อาเซียน และอินเดียได้ลงนามกรอบความตกลง ว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน เมื่อปี 2546 และได้ลงนามความตกลงด้านการค้าสินค้า เมื่อสิงหาคม 2552 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมา ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ได้ให้สัตยาบันต่อความตกลงอาเซียน-อินเดีย ด้านการค้าสินค้าแล้ว ยกเว้น กัมพูชาซึ่งเพิ่งผ่านกระบวนการภายใน เมื่อวันที่ 15 มิย. 2554 และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ใน 30 วัน คือ 15 ก.ค. 2554) สำหรับไทยได้ให้สัตยาบันและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ มกราคม 2553 ในปัจจุบันอาเซียน และอินเดียกำลังเจรจาความตกลงด้านการค้าสินค้าบริการ ซึ่งมีความคืบหน้าไปประมาณ 70% ส่วนการเจรจาความตกลงด้านการลงทุน คืบหน้าเพียง 15% เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความแตกต่าง ในแนวทางการเปิดตลาดการลงทุน ซึ่งอาเซียนต้องการเปิดบนพื้นฐานของ negative list แต่อินเดียต้องการเปิดแบบ positive

อาเซียนและอินเดียมีมูลค่าการค้าสองฝ่ายเมื่อปี 2553 ประมาณ 51,355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาเซียนเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าประมาณ 5,157.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 7 เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้ขยายเป้าหมายมูลค่าการค้า เป็น 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน ปี 2555

ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา

อินเดียส่งเสริมความร่วมมือกับอาเซียน ในสาขาที่อินเดียมีศักยภาพ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี IT รวมทั้งการแพทย์และเภสัชกรรม อินเดียได้จัดตั้งกองทุน ASEAN-India Science & Technology Fund เพื่อพัฒนาความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งกองทุน ASEAN-India Green Fund เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในการส่งเสริมการปรับตัวและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค อินเดียยังสนับสนุนความร่วมมือด้านการแพทย์แผนโบราณ และแผนปัจจุบัน โดยส่งเสริมความร่วมมือด้านการเภสัชกรรมและการผลิตยาเพื่อใช้ในระบบสาธารณสุขของรัฐทั้งนี้ อินเดียให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่การพัฒนาและลดช่องว่างในอาเซียน โดยได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ศูนย์ฝึกอบรมผู้ประกอบการและศูนย์ฝึกอบรมด้าน IT ในประเทศ CLMV โครงการให้บริการทางการแพทย์ และการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ตร่วมกับ CLMV นอกจากนั้น อาเซียนและอินเดียมีโครงการแลกเปลี่ยนการเยือน ระหว่างประชาชนหลายกลุ่ม เช่นเยาวชน นักศึกษา ผู้สื่อข่าว และนักการทูต อีกทั้งกำลังจะริเริ่มให้มีการเยือนระหว่างสมาชิกรัฐสภาด้วย

ด้านการเชื่อมโยงกับอาเซียน

อินเดียให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงแบบรอบด้าน และพยายามหาทางเชื่อมโยงกับอาเซียนผ่านทะเลอันดามันโดยใช้ทะวายของพม่าเป็นประตูสำคัญ ดังนั้น นอกจากอินเดียจะสนับสนุนการสร้างทางหลวงสามฝ่ายไทย-พม่า-อินเดีย แล้ว อินเดียยังมีสนับสนุนแนวคิดในกรอบอาเซียน+6 ที่มอบให้ ERIA ( Economic Research Institute for ASEAN and East Asia) ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา Mekong-India Economic Corridor (โฮจิมินห-์ พนมเปญ-กรุงเทพ-ทะวาย-เจนไน) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงกับอินเดียฝั่งตะวันออก โดยใช้เป็นเส้นทางลัดสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างกัน พร้อมกับพัฒนาเขตเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมควบคู่กันไปด้วย

อินเดียแสดงความสนใจที่จะให้ภาคเอกชนอินเดียเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการภายใต้ Master Plan on ASEAN Connectivity ในลักษณะของ Public Private Partnership ( PPPs) โดยเสนอให้ ASEAN Coordinating Committee พิจารณาจัดการประชุมเฉพาะเรื่อง PPP Concession Agreements เนื่องจากอินเดีย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความประสงค์ของไทยที่ผลักดันให้อินเดียมีส่วนร่วมในการสร้างความเชื่อมโยง ระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคเอเชียใต้

สถานะล่าสุด

  1. ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียครั้งที่ 7 เมื่อเดือนตุลาคม 2552 อินเดียได้เสนอรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ในปี 2555 เพื่อฉลองความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดียครบรอบ 20 ปี และได้ประกาศจะจัดสรรเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ ASEAN-India Fund และ ASEAN Development Fund เพื่อสนับสนุนโครงการความร่วมมือต่างๆ ระหว่างอาเซียนและอินเดีย ภายใต้แผนงานปี 2552-2558
  2. ในการประชุมประชุมสุดยอดอาเซียน -อินเดีย ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่กรุงฮานอย ที่ประชุมได้ให้การรับรอง แผนปฏิบัติการอาเซียน-อินเดียปี 2553-2558 และขอบเขตหน้าที่(TOR) ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ อาเซียน-อินเดีย (ASEAN-India Eminent Persons Group - EPG) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อจัดทำวิสัยทัศน์ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดียในระยะยาว (ASEAN-India Vision Statement) เสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน อินเดีย ครั้งที่ 9 ในปี 2554 ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย
  3. ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับอินเดีย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันในประเด็นต่อไปนี้
    1. เร่งรัดให้ทั้งสองฝ่ายสรุปผลการเจรจาความตกลง ด้านการบริการและการลงทุนโดยเร็วที่สุด โดยไทยและอินเดียได้ผลักดันให้สรุปผลให้ได้ภายในปีนี้ และทั้งสองฝ่ายได้ผลักดันให้ใช้ประโยชน์สูงสุด จากความตกลงด้านการค้าสินค้าเพื่อขยายการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2555 ตามมติที่ประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่ 7
    2. ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังว่า ASEAN-India EPG ที่ตั้งขึ้นจะเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์ เพื่อดำเนินความสัมพันธ์อาเซียน – อินเดีย อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    3. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี IT พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการภัยพิบัติ ความร่วมมือทางการแพทย์และสาธารณสุข
    4. ให้ความสำคัญกับการสานต่อบทบาทของอินเดีย ในการให้ความช่วยเหลือเพื่อการลดช่องว่างการพัฒนาใน CLMV
    5. ให้ความสำคัญกับบทบาทของอินเดียในการสนับสนุนการดำเนินการตาม Master Plan on ASEAN Connectivity ทั้งด้านการคมนาคมและการพัฒนา ICT โดยเฉพาะการเร่งรัดเชื่อมโยงถนนสามฝ่าย ไทย – พม่า – อินเดีย และการพัฒนา Mekong-India Economic Corridor นอกจากนั้น ลาว กัมพูชา และเวียดนามได้ย้ำให้พิจารณาการสร้างทางหลวงสายใหม่เชื่อมโยง อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา (เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภายใต้ Master Plan) ซึ่งอินเดียได้ตอบรับสนับสนุน รวมถึงสนับสนุนข้อเสนอของสิงคโปร์ ที่จะให้มีการจัด Workshop เรื่องความร่วมมือระหว่างอาเซียน – อินเดีย ในลักษณะ Public – Private Partnership ทั้งนี้ อินเดียได้ย้ำให้เร่งรัดการเจรจาความตกลงว่าด้วยความร่วมมือการเดินอากาศระหว่างอาเซียน – อินเดียด้วย
  4. อาเซียนและอินเดียได้จัดให้มีการประชุม ASEAN-India EPG ครั้งแรกระหว่าง วันที่ 2-3 สิงหาคม 2554 โดยได้วางกรอบเวลาการทำงานและโครงสร้างของการจัดทำรายงานซึ่งจะประกอบด้วย การทบทวน/ประเมินความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย 20 ปีที่ผ่านมา และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต ในอีก 10 ปี ข้างหน้า โดยกำหนด priority areasในความสัมพันธ์ทางการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม/วัฒนธรรม รวมทั้งโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงสถาบัน ทั้งนี้ มุ่งเน้นข้อเสนอแนะที่ balanced and practical รวมทั้งตอบสนองต่อความต้องการประชาชนของทั้งสองฝ่าย โดยมีข้อเสนอแนะสำหรับเป้าหมาย 3 ระยะเวลา คือ สั้น กลาง และยาว และจะเสนอรายงานฉบับสุดท้ายต่อผู้นำในการประชุมสุดยอด อาเซียน -อินเดียครั้งที่ 10 ในเดือน ตุลาคม 2555 ที่กัมพูชา โดยจะจัดทำวิสัยทัศน์จากรายงานของ EPG เสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดียสมัยพิเศษเพื่อฉลองการครบรอบยี่สิบปีของความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ในเดือนธันวาคม 2555 ที่ประเทศอินเดีย

ประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันและร่วมมือกับอินเดีย

  1. ผลักดันให้อินเดียเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเชื่อมโยง ระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคเอเชียใต้ โดย
    • สนับสนุนแนวความคิดในการพัฒนา Mekong –India Economic Corridor เชื่อมโยงภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กับฝั่งตะวันออกของอินเดีย โดยผ่านเส้นทาง โฮจิมินห์-พนมเปญ-กรุงเทพ-ทะวาย-เจนไน
    • เร่งรัดการสร้างและปรับปรุงทางหลวงสามฝ่ายไทย-พม่า-อินเดีย และสนับสนุนให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายทางหลวงสามฝ่ายไทย-พม่า-อินเดีย ไปยังลาวและกัมพูชา
    • เสนอให้อินเดียเข้ามามีบทบาท ในการพัฒนาการเชื่อมโยงด้าน IT /ระบบซอฟ์แวร์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการขนส่งข้ามพรมแดน รวมทั้งสนับสนุนการใช้ประโยชน์จาก IT ใน โครงการ tele-medicine และ tele-education เพื่อการศึกษาและการแพทย์ในท้องถิ่นห่างไกลของอาเซียน
    • ส่งเสริมการติดต่อระหว่างประชาชนผ่านการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว (ซึ่งอาจรวมถึงร่วมมือในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และธุรกิจบันเทิงที่อินเดียมีศักยภาพ)
  2. ร่วมมือ/ศึกษาแบบอย่างจากอินเดียในการพัฒนาประเทศ ในกรอบของประชาธิปไตย ที่เปิดกว้าง บนหลักการอหิงสา การยอมรับความแตกต่างและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
  3. ร่วมมือ/ศึกษาแบบอย่างจากอินเดียในการสร้าง และพัฒนาผู้ประกอบการ (entrepreneurship) เพื่อเป็นรากฐานสำหรับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ที่เติบโตด้วยการสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (creative economy)
  4. ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการใช้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน - อินเดีย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขยายการค้าการลงทุนระหว่างอาเซียนกับอินเดีย โดยสร้างเครือข่ายธุรกิจ ผ่านทางสภาธุรกิจอาเซียน-อินเดีย ( ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียครั้งที่ 7 ที่หัวหิน ได้มีมติตามข้อเสนอของไทย ให้รื้อฟื้นสภาธุรกิจอาเซียน-อินเดีย และให้มีการประชุมสุดยอดภาคธุรกิจอาเซียน-อินเดียเป็นประจำทุกปี ) เพื่อสามรถบรรลุเป้าหมายการค้า 10 พันล้านอลลาร์สหรัฐภายในปี 2555 ตามที่ผู้นำสองฝ่ายตั้งไว้
  5. ผลักดันให้อาเซียน และอินเดียเร่งสรุปการเจรจาจัดทำความตกลงด้านการค้าบริการ และการลงทุนโดยเร็ว
  6. สนับสนุนให้มีการตัดทำแผนปฏิบัติการรองรับ Joint Declaration for Cooperation in Combating Terrorism อย่างเป็นรูปธรรม และเสนอให้มีโครงการร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล เพื่อความปลอดภัยของเส้นทางการเดินเรือ และการค้าทางทะเลในมหาสมุทรอินเดีย อาทิ การจัดอบรม coast guard และการบังคับใช้กฎหมายในการจัดการกับภัยด้านโจรสลัด
  7. เสนอให้อินเดียร่วมกับอาเซียน ในการเป็นปากเสียงสะท้อนความเห็นของประเทศกำลังพัฒนา ในเวทีเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศ