Master Plan on ASEAN connectivity

Association of Southeast Asian Nations

แผนแม่บทความเชื่อมโยงในอาเซียน MASTER PLAN FOR ASEAN Connectivity

เป็นความคิดริเริ่มของไทยในช่วงที่เป็นประธานอาเซียนในปี พ.ศ.2551–2552 โดยนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ได้เสนอเรื่องของการเป็น Community of Connectivity เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประชาคมอาเซียน และเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยคำนึงถึงการตอบสนองผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทย

ต่อมาในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 เมื่อปี พ.ศ.2552 ณ ประเทศไทย ได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (High Level Task Force on ASEAN Connectivity) เพื่อจัดทำแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity) โดยในส่วนของไทยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายประดาป พิบูลสงคราม เป็นผู้แทน ซึ่งคณะทำงานฯ จะมีบทบาทในการจัดทำแผนแม่บทฯ ให้เป็นกรอบและกลไกความร่วมมือในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนและจะขยายเป็นพื้นฐานในการเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก

แผนแม่บทฯ จะกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของการเชื่อมโยงระหว่างกันในหลายมิติ มียุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการและวิธีดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน

ความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนหมายถึง การเชื่อมโยงทางกายภาพ สถาบัน และประชาชน ซึ่งรวมกันเป็นฐานที่เอื้อต่อการบรรลุผลในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งจะนำไปสู่วิสัยทัศน์ของการเป็นประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นจริง

เป้าหมายสูงสุดของการเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน คือ การช่วยกันสร้างอาเซียนให้เป็นประชาคมอย่างแท้จริงในปี พ.ศ. 2558 เป็นศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคที่มีผลประโยชน์ต่อกัน ทั้งนี้ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ประเด็นสำคัญที่ไทยผลักดันได้แก่ การเร่งรัดขั้นตอนการดำเนินการผ่านด่านชายแดน (Cross Border Procedures) การตรวจสอบหรือให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ ที่เดียว (Single-Stop Inspection or Single Window Inspection) การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมหรือเรื่องอื่นๆ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ (Missing Links) รวมถึงการบำรุงรักษาถนนอย่างเป็นระบบ การสนับสนุนให้สร้างท่าเรือทวาย การสนับสนุนการจัดตั้งด่านบนบก (Dry Ports) การผลักดันให้ข้อตกลงต่างๆที่มีอยู่แล้วให้มีผลบังคับใช้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริม ความมั่นคงด้านพลังงาน การส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมและการสื่อสาร การส่งเสริมให้มีความเชื่อมโยงระดับประชาชนสู่ประชาชน รวมถึงด้านการศึกษา การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์ การจัดทำมาตรฐานวิชาชีพและท่องเที่ยว ส่วนที่ได้เริ่มดำเนินการไป ได้แก่ การจัดทำ ASEAN Single Window และการทำข้อตกลงขนส่งข้ามแดน (Cross Border Transport Agreement : CBTA)

นอกจากนี้ แผนแม่บทฯ ยังเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการเข้ามาลงทุน แหล่งทุน การร่วมทุนกับภาครัฐ อันครอบคลุมถึง ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี การบริหารจัดการทั้งด้านโครงสร้างและการให้บริการ โดยมีแนวคิดในเรื่องของการพัฒนาความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนในลักษณะของ Public-Private Partnership (PPP)

องค์ประกอบหลักของความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน

การเชื่อมโยงทางกายภาพ (Physical Connectivity) เป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงพลังงานและการสื่อสารตามแผนและโครงข่ายโทรคมนาคมที่สามารถรับและส่งสัญญาณข้อมูลในระบบ Broadband ทั้งนี้ให้นำไปสนับสนุนภายใต้กรอบอนุภูมิภาคต่างๆ เช่น GMS, BIMSTEC, ACMECS,IMT–GT เป็นต้น โดยโครงข่ายที่สำคัญ ได้แก่ Asian Highway Network โครงข่ายเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางอาเซียน-จีน การพัฒนาเชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 37 แห่งของอาเซียน รวมถึงการสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือ (Land Bridge) ทะเลอันดามันและอ่าวไทย โครงการสร้างท่าเรือทวาย และทางถนนเชื่อมโยงท่าเรือทวายกับท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาสนามบินให้เป็น Asian Airport เป็นต้น

การเชื่อมโยงทางสถาบัน (Institutional Connectivity) เป็นแผนเชื่อมโยงโครงสร้างสถาบัน ประกอบด้วย การเปิดเสรี การอำนวยความสะดวกทางการค้า การบริการ การลงทุน การสร้างมาตรฐาน กฎหมาย กฎเกณฑ์และข้อบังคับ ให้สอดคล้องกัน เพื่อลดอุปสรรคต่อการรวมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า ได้แก่ ข้อตกลงขนส่งข้ามแดน CBTA การเชื่อมโยงกฎหมายและข้อบังคับ ระบบศุลกากร สถาบันการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างกัน เป็นต้น

การเชื่อมโยงระดับประชาชน (People–to-People Connectivity)เป็นการเชื่อมโยงด้านศาสนา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวการศึกษา และความร่วมมือของชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการ Asian Passport การเชื่อมโยงการท่องเที่ยว แรงงานข้ามชาติ ด้านการศึกษา ภาษา และสื่อมวลชน เป็นต้น