คำแปลอย่างไม่เป็นทางการปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

เรา ประมุขรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลของบรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร ์สาธารณรัฐฟิลิปปินส ์สาธารณรัฐสิงคโปร ์ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในวาระการประชุมสุดยอด อาเซียนครั้งที่๒๑

ยืนยัน การยึดมั่นตามความมุ่งประสงค์และหลักการของอาเซียนตามกฏบัตรอาเซียน โดยเฉพาะ การเคารพการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมทั้งหลักการประชาธิปไตย นิติธรรม และธรรมาภิบาล

ยืนยัน ที่จะดำเนินการตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กฏบัตรสหประชาชาติปฏิญญา และแผนปฏิบัติการเวียนนา และตราสารว่าด้วยสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐสมาชิก อาเซียนเป็นภาคี

ยืนยันเพิ่มเติม ในความสำคัญของอาเซียนที่จะส่งเสริมเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงปฏิญญาว่าด้วย ความก้าวหน้าของสตรีในภูมิภาคอาเซียน และปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรีในภูมิภาค อาเซียน

เชื่อว่า ปฏิญญาฉบับนี้จะช่วยพัฒนากรอบความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค และเกื้อหนุนต่อ กระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน

หลักการทั่วไป

๑. มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักด์ิศรีและสิทธิตน มีเหตุผลและมโนธรรมและ ควรปฏิบัติต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์

๒. บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพทั้งปวงตามที่กำหนดไว้ในปฏิญญานี้โดยปราศจากการ แบ่งแยกใดๆ อาทิเชื้อชาติเพศ อายุภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือทางอื่น พื้นเพทางชาติหรือสังคม สถานะทางเศรษฐกิจ การเกิด ความทุพพลภาพ หรือสถานะอื่น

๓. บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับทุกแห่งหนว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย ทุกคนเสมอภาค กันตามกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

๔. สิทธิของสตรีเด็ก ผู้สูงอายุบุคคลทุพพลภาพ แรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน กลุ่มเปราะบางและกลุ่ม คนชายขอบ เป็นสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ไม่อาจเพิกถอนได้เป็นส่วนเดียวกัน และ แบ่งแยกมิได้

๕. บุคคลทุกคนมีสิทธ์ิที่จะได้รับการเยียวยาจากการกระทำอันละเมิดต่อสิทธิซึ่งตนได้รับจาก รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลบังคับ อันกำหนดโดยศาลหรือ เจ้าหน้าที่/องค์กรรัฐอื่นผู้มีอำนาจ

๖. สิทธิที่ควรได้รับตามหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานต้องสมดุลกับหน้าที่ตาม ความรับผิดชอบ อันเนื่องมาจากบุคคลทุกคนมีความรับผิดชอบต่อปัจเจกบุคคล ชุมชน และ สังคมที่ตนอาศัยอยู่ในท้ายที่สุด รัฐสมาชิกอาเซียนมีความรับผิดชอบพื้นฐานในการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวล

๗. สิทธิมนุษยชนทั้งมวล มีความเป็นสากล ไม่สามารถแบ่งแยก พึ่งพาซึ่งกันและกัน และมีความสัมพันธ์ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวลในปฏิญญานี้ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม เท่าเทียม ตลอดจนมีทิศทางเดียวกัน และการเน้นยํ้าที่เท่ากัน ในขณะเดียวกัน การตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนต้องได้รับการพิจารณาในบริบทของภูมิภาคและ ของประเทศ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของภูมิหลังทางการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และศาสนา

๘. สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกคนจะได้รับการปฏิบัติโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้อื่น สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกคนต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กำหนดโดยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการยอมรับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของผู้อื่น และเพื่อตอบสนองความมั่นคงของชาติระเบียบสาธารณะ สาธารณสุข ความปลอดภัยสาธารณะ ศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งสวัสดิการทั่วไปของประชาชนในสังคมประชาธิปไตยเท่านั้น

๙. ในการบรรลุสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพตามที่บัญญัติในปฏิญญาฉบับนี้จะต้องยึดมั่นหลักการ ความเป็นกลาง การยึดถือวัตถุวิสัย การไม่เลือกประติบัติการไม่เผชิญหน้า และการหลีกเลี่ยง ทวิมาตรฐาน และการทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง อย่างสมํ่าเสมอ กระบวนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ความครอบคลุม และความจำเป็นที่จะต้องยึดหลักภาระรับผิดชอบ

สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

๑๐. รัฐสมาชิกอาเซียนยืนยันสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองทั้งมวลในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยรัฐสมาชิกอาเซียนยืนยันสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานต่อไปนี้

๑๑. บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตมาแต่กำเนิด สิทธินี้ต้องได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย ไม่มีผู้ใดจะ พรากชีวิตโดยอำเภอใจ ยกเว้นตามกฎหมาย ได้

๑๒. บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของตน ไม่มีบุคคลใดถูกจับกุม กักขัง ลักพาตัว หรือรูปแบบอื่นของการพรากจากเสรีภาพนั้นโดยอำเภอใจ

๑๓. บุคคลใดจะถูกเอาตัวเป็นทาส ในรูปแบบใดๆ หรือจะถูกลักลอบขนย้ายหรือค้ามนุษย ์รวมถึง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการค้าอวัยวะมิได้

๑๔. บุคคลใดจะถูกทรมาน หรือได้รับการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือตํ่าช้า มิได้

๑๕. ทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพของการโยกย้าย และการพำนักภายในขอบเขตดินแดนของรัฐ ทุกคนมีสิทธิที่จะออกจากประเทศใดๆ รวมทั้งประเทศของตน และมีสิทธิที่จะกลับสู่ประเทศตนได้

๑๖. ทุกคนมีสิทธิที่จะแสวงหาและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองในอีกรัฐหนึ่งตามกฎหมายของรัฐ และข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลบังคับใช้

๑๗. ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของ ใช้สละ และให้สิ่งที่ครอบครองที่บุคคลดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วย กฎหมาย ทั้งการครองครอบแต่ผู้เดียวหรือร่วมกับผู้อื่น ไม่มีบุคคลใดจะพรากทรัพย์สินส่วนบุคคล ดังกล่าวไปได้โดยอำเภอใจ

๑๘. ทุกคนมีสิทธิได้รับสัญชาติตามที่กฎหมายระบุบุคคลใดจะพรากสัญชาติดังกล่าวโดยอำเภอใจ หรือปฏิเสธเพื่อเปลี่ยนสัญชาตินั้นๆ มิได้

๑๙. ครอบครัวในฐานะเป็นหน่วยธรรมชาติและพื้นฐานของสังคมได้รับสิทธิการคุ้มครองจากสังคม และจากแต่ละรัฐสมาชิกอาเซียน บรรดาชายและหญิงเมื่อเจริญอายุครบบริบรูณ์แล้ว มีสิทธิที่จะ สมรสบนพื้นฐานการยินยอมอย่างเสรีและเต็มใจของตน มีสิทธิที่จะสร้างครอบครัวและการขาด จากการสมรสตามที่กฎหมายกำหนด

๒๐. ๑) ทุกคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ ์ิจนกว่าจะมีการพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมาย ในการพิจารณาด้วยความเป็นธรรมและ เปิดเผย โดยอำนาจศาลที่มีอิสระและเป็นกลาง ซึ่งตนได้รับหลักประกันสำหรับการต่อสู้คดี
๒๐. ๒) บุคคลใดจะต้องรับผิดทางอาญา เพราะกระทำหรืองดเว้นกระทำการใด ซึ่งในขณะที่กระทำ นั้นมิได้ถูกระบุว่ามีความผิดทางอาญาตามกฎหมายภายในของประเทศหรือกฎหมายระหว่าง ประเทศ และลงโทษให้หนักกว่าโทษที่มีอยู่ในขณะที่ได้กระทำความผิดทางอาญามิได้
๒๐. ๓) บุคคลใดจะถูกพิจารณาหรือลงโทษซํ้าในความผิดซึ่งบุคคลนั้นต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือให้ปล่อยตัวแล้วตามกฏหมายและวิธีพิจารณาความของแต่ละรัฐสมาชิกอาเซียนมิได้

๒๑.ทุกคนมีสิทธิที่จะปลอดจากการแทรกแซงตามอำเภอใจ ในความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ที่อยู่อาศัย การสื่อสาร รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล หรือจะถูกลบหลู่ศักด์ิศรีและชื่อเสียงของบุคคล ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองของกฎหมายต่อการแทรกแซงสิทธิหรือการลบหลู่ดังกล่าวนั้น

๒๒.บุคคลทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา รูปแบบใดๆ ของการขาด การอดทนอดกลั้น การเลือกประติบัติและการยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง อันอยู่บนพื้นฐานทาง ศาสนา และความเชื่อ จะต้องถูกกำจัด

๒๓.ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก สิทธินี้รวมถึง อิสรภาพที่จะถือเอา ความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และที่จะแสวงหาการรับและส่งข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นทาง วาจา ลายลักษณ์อักษรหรือผ่านสื่ออื่นใดตามทางเลือกของบุคคลนั้น

๒๔.ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งการชุมนุมและการสมาคมอย่างสันติ

๒๕. ๑) ทุกคนที่เป็นพลเมืองของประเทศ มีสิทธิที่จะเข้าร่วมในรัฐบาลของประเทศของตน ไม่ว่า โดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายของ แต่ละประเทศ
๒๕.๒) ทุกคนมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาและอย่างแท้จริง ซึ่งต้อง เป็นการออกเสียงอย่างทั่วถึงและเสมอภาค และต้องเป็นการลงคะแนนลับ ซึ่งรับประกันการ แสดงออกอย่างเสรีของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามฎหมายของแต่ละประเทศ

สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

๒๖.รฐสมาชิกอาเซียนยืนยันสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะรัฐสมาชิกอาเซียนยืนยัน ดังนี้

๒๗. ๑) ทุกคนมีสิทธิในการทำงาน ในการเลือกงานอย่างอิสระ ในเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรม เหมาะสม และเป็นประโยชน ์และในการเข้าถึงความช่วยเหลือต่างๆ สำหรับการคุ้มครอง การว่างงาน
๒๗.๒) ทุกคนมีสิทธิในการก่อตั้งสหภาพแรงงานและเข้าร่วมสหภาพแรงงานตามที่ตนเลือก เพื่อ คุ้มครองผลประโยชน์ตนตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายของแต่ละประเทศ
๒๗.๓) เด็กหรือผู้เยาว์ใดๆ จะอยู่ภายใต้การแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมมิได้ผู้ที่ว่าจ้างเด็กหรือผู้เยาว์ทำงานที่เป็นอันตรายต่อหลักศีลธรรม หรือสุขภาพ อันตรายต่อชีวิต หรือ อาจขัดขวางพัฒนาการตามปกติรวมถึงการศึกษา จะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย รัฐสมาชิกอาเซียนควรกำหนดอายุขั้นตํ่าของการจ้างแรงงานเด็ก ซึ่งมีการห้ามการจ้างแรงงานเด็ก อายุตํ่ากว่าเกณฑ์อายุขั้นตํ่าและผู้จ้างจะได้รับการลงโทษตามกฎหมาย

๒๘. ทุกคนมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพของตนและครอบครัวที่เพียงพอ ซึ่งรวมถึง
ก) สิทธิในอาหารที่เพียงพอและสามารถซื้อหาได้อิสระจากความหิวโหยและการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณประโยชน์
ข) สิทธิในเครื่องนุ่งห่ม
ค) สิทธิในที่อยู่อาศัยที่เพียงพอและสามารถซื้อหาได้
ง) สิทธิในการรักษาพยาบาล และบริการสังคมที่จำเป็น
จ) สิทธิในนํ้าดื่มและสุขาภิบาลที่ปลอดภัย
ฉ) สิทธิในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด และยั่งยืน

๒๙. ๑) ทุกคนมีสิทธิตามมาตรฐานที่สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ในสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ และสุขภาวะ การเจริญพันธ ์ุการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานที่สามารถหาได้และการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ทางการแพทย ์
๒๙. ๒) รัฐสมาชิกอาเซียนจะต้องดำเนินมาตรการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเอาชนะ การตราหน้า การเพิกเฉย การปฏิเสธ และการเลือกประติบัติในการป้องกัน การรักษา ดูแล และสนับสนุน บุคคลที่ทุกข์ทรมานจากโรคติดต่อต่างๆ รวมถึงเอชไอวี/เอดส ์

๓๐. ๑) ทุกคนมีสิทธิในสวัสดิการสังคม รวมทั้งการประกันสังคม ตามที่มีอยู่เพื่ออำนวยความมั่นคงให้ตนสามารถมีวิถีทางที่จะดำรงตนได้อย่างมีศักด์ิศรีและเหมาะสม
๓๐.๒) การคุ้มครองเป็นพิเศษควรให้แก่มารดาในช่วงระยะเวลาตามควร ตามที่กำหนดโดยกฎหมาย และระเบียบของแต่ละประเทศ ก่อนและหลังการให้กำเนิดบุตร ในช่วงดังกล่าว มารดาที่ทำงาน ต้องได้รับค่าจ้างจากการลาคลอดบุตรหรือลาโดยได้รับประโยชน์จากการประกันสังคมที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ
๓๐.๓) มารดาและเด็กย่อมมีสิทธิที่จะรับการดูแลและช่วยเหลือเป็นการพิเศษ เด็กทั้งปวง ไม่ว่าจะ เกิดในหรือนอกสมรสจะต้องได้รับการคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกัน

๓๑. ๑) ทุกคนมีสิทธิในการศึกษา
๓๑. ๒) การศึกษาขั้นประถมจะต้องเป็นการศึกษาภาคบังคับและจัดให้ทุกคนแบบให้เปล่า การศึกษา ขั้นมัธยมในรูปแบบต่างๆ จะต้องจัดให้มีขึ้นโดยทั่วไป และให้ทุกคนได้รับโดยวิธีการที่เหมาะสม ทุกทาง การศึกษาด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาจะต้องจัดให้มีโดยทั่วไป ทุกคนจะต้องสามารถ เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างเท่าเทียมบนพื้นฐานของความสามารถ
๓๑. ๓) การศึกษาจะต้องดำเนินไปในแนวทางเพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษย์และ ความสำนึกในศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ของตนอย่างสมบูรณ ์การศึกษาจะต้องเสริมสร้างความ เคารพในสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในรัฐสมาชิกอาเซียน นอกจากนี้การศึกษาจะต้อง ทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องส่งเสริมความเข้าใจ ความอดกลั้นและมิตรภาพระหว่างชาติและกลุ่มเชื้อชาติและกลุ่มศาสนาทั้งปวง และส่งเสริม กิจกรรมของอาเซียนในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ

๓๒. ทุกคนมีสิทธิโดยเอกเทศหรือร่วมกับบุคคลอื่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างอิสระในด้านวัฒนธรรม ที่จะ เพลิดเพลินกับศิลปะ และได้รับประโยชน์อันเกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร ์รวมทั้ง การคุ้มครองผลประโยชน์ทางด้านศีลธรรมและวัตถุอันเกิดจากการผลิตทางวิทยาศาสตร์วรรณกรรม หรือศิลปกรรมซึ่งตนเป็นผู้สร้างสรรค ์

๓๓. รัฐสมาชิกอาเซียนควรดำเนินการโดยเอกเทศและโดยผ่านความช่วยเหลือและความร่วมมือ ทั้งระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเศรษฐกิจและวิชาการ ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อให้สัมฤทธ์ิผลในการทำให้บรรลุถึงสิทธิซึ่งรับรองไว้ในปฏิญญานี้ทั้งทาง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

๓๔. รัฐสมาชิกอาเซียนอาจกำหนดขอบเขตการประกันสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมอันปรากฏใน ปฏิญญาฉบับนี้ให้แก่ผู้ที่ไม่ใช่คนชาติของตน โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ตลอดจนองค์กรและ ทรัพยากรของเศรษฐกิจประเทศตน

สิทธิในการพัฒนา

๓๕. สิทธิในการพัฒนาเป็นสิทธิที่ไม่อาจเพิกถอนได้ทุกคนและประชาชนอาเซียนพึงได้รับสิทธิในการ มีส่วนร่วม มีส่วนช่วย ใช้สิทธิและได้รับผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนจากการพัฒนาทาง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง สิทธิในการ พัฒนาควรเป็นส่วนเติมเต็มอย่างเที่ยงธรรม ต่อความจำเป็นของพัฒนาการและสภาวการณ์ของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต ขณะที่การพัฒนา ส่งเสริมและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความพอใจในสิทธิมนุษยชนทั้งมวล การขาดการพัฒนามิอาจ นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในนานาชาติ

๓๖. รัฐสมาชิกอาเซียนควรจัดโครงการที่ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และที่ตอบสนองต่อ ประเด็นความอ่อนไหวทางเพศ เพื่อบรรเทาความยากจน การสร้างความพร้อมต่างๆ รวมถึง การคุ้มครองและความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม เพื่อให้ ประชาชนอาเซียนพึงได้รับสิทธิมนุษยชน ในปฏิญญาฉบับนี้บนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน และการดำเนินการลดช่องว่างของการพัฒนาใน อาเซียน

๓๗. รัฐสมาชิกอาเซียนตระหนักว่ากลไกของสิทธิในการพัฒนาจำเป็นต้องมีการพัฒนานโยบายระดับชาติที่มีประสิทธิผล ตลอดจนการดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรม ความร่วมมือระหว่าง ประเทศ และสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ เหมาะสม รัฐสมาชิกอาเซียนควรปรับ มุมมองหลายมิติของสิทธิต่อการพัฒนาไปใช้ในด้านต่างๆ ของการสร้างประชาคมอาเซียนและการ ดำเนินการที่นอกเหนือจากนี้ร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่าง ยุติธรรมและยั่งยืน ปฏิบัติการทางการค้าที่เป็นธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ

สิทธิในสันติภาพ

๓๘. ทุกคนและประชาชนของอาเซียนมีสิทธิในสันติภาพ ภายใต้กรอบอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงและ ความมีเสถียรภาพ ความเป็นกลางและเสรีภาพ ซึ่งทำให้บรรลุสิทธิต่างๆ ที่ระบุไว้ในปฏิญญาฉบับนี้อย่างเต็มที่ในการนี้รัฐสมาชิกอาเซียนจะสานต่อการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือในการ สร้างสรรค์สันติภาพ ความสามัคคีและเสถียรภาพในภูมิภาค

ความร่วมมือในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

๓๙. รัฐสมาชิกอาเซียนมีผลประโยชน์ร่วมกันและมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะประสบความสำเร็จผ่านความร่วมมือกับสถาบัน/องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งใน ระดับชาติภูมิภาค และระหว่างประเทศ ตามที่ระบุไว้ในกฏบัตรอาเซียน

๔๐.ไม่มีบทใดในปฏิญญานี้ที่อาจตีความได้ว่า เป็นการให้สิทธิใดแก่รัฐ กลุ่มคน หรือบุคคลใด ในการดำเนินกิจกรรมใด หรือการกระทำใด ที่จะบั่นทอนความมุ่งประสงค์และหลักการของ อาเซียน หรือทำลายสิทธิและอิสรภาพใดที่กำหนดไว้ในปฏิญญาฉบับนี้และกลไกสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐสมาชิกอาเซียนเป็นภาคี

รับรองโดยประมุขรัฐ/หัวหน้ารัฐบาล ของรัฐสมาชิกอาเซียน วันที่๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา

ดูรายละเอียดทั้งหมด