ความร่วมมือของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

ความร่วมมือของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

๑. สถานการณ์ในอาเซียน

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาการค้ามนุษย์มากที่สุดภูมิภาคหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการ มนุษย์ภายในภูมิภาค การเปิดพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขงทำให้การเดินทางข้ามแดนเป็นไปได้ สะดวกขึ้น และในปัจจุบัน หลายประเทศในอาเซียน เป็นทั้งต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางในการค้า มนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตรีและเด็ก

๒. การดำเนินการของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

ปัญหาการค้าสตรีและเด็กได้รับการกล่าวถึงครั้งแรก โดยผู้นำอาเซียนในการประชุมผู้นำอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ในป ีพ.ศ. ๒๕๔๐ (ค.ศ. ๑๙๙๗) และได้มีการเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดในการ ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งรวมถึงการค้าสตรีและเด็ก ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นได้มีการรับรอง วิสัยทัศน์อาเซียน ๒๐๒๐ ซึ่งได้กำหนดให้มีแนวปฏิบัติและมาตรการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของ ภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการค้าสตรีและเด็ก

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ (๑๙๙๘) ผู้นำอาเซียนได้รับรองแผนปฏิบัติการฮานอย เพื่อเป็นแผนแม่บทสำหรับ อาเซียนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน โดยแผนดังกล่าวเรียกร้องให้มีการเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อต้านการค้าและการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่๑๐ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่เวียงจันทน ์ได้ให้การ รับรองปฎิญญาอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย ์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (ASEAN Declaration Against Trafficking in Persons Particularly Women and Children) ซึ่งกำหนด แนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอาเซียน และได้รับรองแผนปฏิบัติการเวียงจันทน .(Vientaine Action Programme – VAP) ซึ่งประกอบด้วยแผนการดำเนินงานใน ๓ เสา หลักอาเซียน (ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและ วัฒนธรรมอาเซียน) ทั้งนี้แผนปฏิบัติการดังกล่าวยังได้ครอบคลุมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในการ ต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วย

๓. กลไกของอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการค้ามนุษย์

๓.๑ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ(ASEAN Ministerial Meeting on Transnational Crime – AMMTC) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Senior Officials Meeting on Transnational Crime – SOMTC) โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก

๓.๒ คณะกรรมการอาเซียนด้านสตรี(ASEAN Committee on Women) โดยมีสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นหน่วยงานหลัก

๓.๓ การประชุมผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมิอง และหัวหน้าฝ่ายกงสุล กระทรวงการ ต่างประเทศของอาเซียน (Meeting of the ASEAN Directors-General of Immigration Department and Heads of Consular Affairs Divisions of the Ministries of Foreign Affairs – DGCIM) โดยมีสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุลเป็นหน่วยงานหลัก

๔. การดำเนินการในกรอบ SOMTC/AMMTC ที่ประชุม SOMTC ครั้งที่ ๒ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ ได้เห็นชอบ แผนการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติการเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Work Programme to Implement the ASEAN Plan of Action to Combat Transnational Crime) ซึ่งระบุความร่วมมือในการ ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ๘ ด้าน ซึ่งการต่อต้านการค้ามนุษย ์เป็นหนึ่งในความร่วมมือ ๘ ด้านนั้น โดย ได้มีการระบุถึงความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การฝึกอบรม การเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กร และความร่วมมือกับ ประเทศภายนอก เป็นต้น

๕. บทบาทของไทยในกรอบอาเซียน

ไทยให้ความสำคัญต่อปัญหาการค้ามนุษย ์และได้แสดงบทบาทและเข้าร่วมในกี่ประชุมในกรอบ อาเซียนอย่างสมํ่าเสมอ ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ ๖ (พฤศจิกายน ๒๕๕๐) ได้ตกลงใจที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา อนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ (ASEAN Convention) ต่อมา ที่ประชุม SOMTC ครั้งที่๘ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร ์ได้เห็นชอบในหลักการที่จะร่วมกันพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดทำอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วย การค้ามนุษย์ (ASEAN Convention on Trafficking in Persons) อันเป็นข้อเสนอของอินโดนีเซียโดย มอบหมายให้ฟิลิปปินส ์ในฐานะ Lead Shepherd ด้านการค้ามนุษย์พิจารณาจัดการประชุมเพื่อหารือถึง ความเป็นไปได้ในการจัดทำอนุสัญญาอา เซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ข้างต้น ต่อมา ในที่ประชุม SOMTC ครั้งที่๙ ระหว่างวันที่๓๐ มิถุนายน – ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ณ เมืองเนปิดอว์สหภาพพม่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งความเห็นเรื่องการเจรจาความเป็นไปได้เรื่องการจัดทำอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการ ต่อต้านการค้า มนุษย์ให้กับสำนักเลขาธิการอาเซียนต่อไปซึ่งประเทศสมาชิกเห็นชอบในหลักการในการจัดทำอนุสัญญา ดังกล่าว และอนุสัญญา ฯ ควรส่งเสริมการดำเนินงานของกฎหมายภายในประเทศในเรื่องการค้ามนุษย ์ใน ส่วนของกระทรวง ฯ ไม่มีข้อขัดข้องต่อการจัดทำอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ดังกล่าว หากการ ดำเนินการไม่ซํ้าซ้อนและสอดคล้องกับมาตรการและพันธกรณีที่ไทยมีอยู่ (โดยเฉพาะพ.ร.บ.ป้องกันและ ปราบปรามการค้ามนุษย ์พ.ศ. ๒๕๕๑) ทั้งนี้ควรรวมถึงการดำเนินมาตรการเชิงป้องกัน การคุ้มครอง การ ปราบปรามและการคุ้มครองด้วย

กองอาเซียน ๑
กรมอาเซียน
สิงหาคม ๒๕๕๕

ดูรายละเอียดทั้งหมด