ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน

ASEAN Political-Security Community -APSC

ภาพรวม

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเป็นกลไกสืบเนื่องจาก Bali Concord II (ซึ่งเดิมทีกลไกใช้คำว่า ASEAN Security Community) แต่ได้รับการก่อตั้งเป็นทางการภายหลัง จากที่กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2551 แม้ว่าประชาคมการเมืองและ ความมั่นคงอาเซียนไม่เน้นการมี common foreign and security policy เหมือนสหภาพยุโรป แต่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงพยายามที่จะหาจุดยืนร่วมกันในหลายเรื่องเพื่อสร้างฐาน ที่มั่นคงสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป้าหมายของประชาคมการเมืองและความมั่นคง

ตามเอกสารแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน อาเซียน ได้ตกลงที่จะให้ประชาคมการเมืองและความมั่นคง มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

  1. ประชาคมที่มีกติกาและมีการพัฒนาค่านิยมและบรรทัดฐานร่วมกัน (A rules-based community of shared values and norms) ซึ่งเป็น 2 หลักการที่ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน กล่าวคือ
    1.1. การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และ
    1.2. ส่งเสริม Community values
  2. ประชาคมที่ทำให้ภูมิภาคมีความเป็นเอกภาพ มีความสงบสุข มีความแข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่ครอบคลุมในทุกมิติ (A cohesive, peaceful and resilient region with shared responsibility for comprehensive security) ซึ่งเป็นความพยายามที่จะส่งเสริมให้อาเซียนพึ่งพาอาศัยกลไกของตนมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา และความท้าทายต่างๆ ในภูมิภาค (อีกทั้งเป็นประเด็นที่อินโดนีเซียผลักดันมากที่สุด)
  3. ประชาคมที่ทำให้เป็นภูมิภาคที่มีพลวัตรและมองไปยังโลกภายนอกที่มีการรวมตัว และลักษณะพึ่งพาซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น (A dynamic and outward looking region in an increasingly integrated and interdependent world) ซึ่งสะท้อนถึงการที่อาเซียนยอมรับว่า ไม่ควรมุ่งเพียงเรื่องภายใน แต่เน้นการสร้างหุ้นส่วนกับโลกภายนอกให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน

สถานะล่าสุด

ปัจจุบันเสาการเมืองและความมั่นคงอาเซียนมีความคืบหน้าในการส่งเสริมการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานท่าทีมากยิ่งขึ้นในเรื่องที่มีนัยทางนโยบายและการเมืองของภูมิภาค โดยการดำเนินการขับเคลื่อนเสาการเมืองและความมั่นคงอาเซียน จัดตั้งโดยคณะมนตรีประชาคม การเมืองและความมั่นคง ซึ่งประชุมปีละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย

ประเด็นที่ประชาคมฯ ให้ความสำคัญใน 1-2 ปีที่ผ่านมาคือการส่งเสริมให้กลไกอาเซียน ต่างๆกล่าวคือ sectoral bodies เน้นการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาของ cross-cutting issues ซึ่งเป็นประเด็นที่คาบเกี่ยวกับกลไกต่างๆ ในการนี้ตัวอย่างสำคัญที่ประชาคมฯ กำลังพิจารณา อย่างต่อเนื่องคือ ความเสี่ยงของการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคหรือ inherent risks of enhanced ASEAN connectivity ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติและผลกระทบทางด้านลบ ต่างๆ เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาสาธารณสุข ซึ่งเป็น non-traditional security issues แบบหนึ่ง

พัฒนาล่าสุดในประเด็นที่สำคัญ

  1. สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Nuclear Weapon-Free Zone-SEANWFZ) อาเซียนอยู่ระหว่างการหาข้อสรุป การเจรจากับประเทศผู้มีอาวุธนิวเคลียร์ (NWS) ในพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญา ซึ่งจะนำไปสู่การ ลงนามโดย NWS ต่อไป
  2. สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in outheast Asia-TAC) ได้รับความสนใจจากประเทศนอกภูมิภาคมากขึ้น ปัจจุบันมีประเทศภาคีทั้งสิ้น 30ประเทศ ซึ่งรวมทั้ง สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ เป็นต้น ล่าสุด บราซิลกำลังดำเนินการภายในเพื่อภาคยานุวัติสนธิสัญญาฯ และสหราชอาณาจักร ประสงค์ที่จะเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาฯ นอกจากนี้ประเทศอัครภาคีอยู่ในระหว่างการให้สัตยาบัน พิธีสารฉบับที่ 3 แก้ไขสนธิสัญญาเพื่อให้สหภาพยุโรปเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาฯ ได้
  3. อาชญากรรมข้ามชาติไทยมีส่วนสำคัญริเริ่มให้อาเซียนให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น กับการหามาตรการแก้ไขปัญหาอันเนื่องจากผลกระทบทางลบจากการส่งเสริมความเชื่อมโยงใน อาเซียน เช่น ความท้าทายจากอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็น เรื่องที่อาเซียนให้ความสำคัญ และการค้ามนุษย ์และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยถูกโจมตีโดยสหรัฐ และ Financial Action Task Force (FATF) ทั้งนี้เป้าหมายระยะยาวคือการมีระบบ การคุ้มกันประชาคมอาเซียนที่มีความเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้นจะมีผลกระทบทางลบหรือผลข้างเคียง จากความเชื่อมโยง
  4. การส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 20 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 มีมติให้จัดตั้งถาบันอาเซียนเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท ์เพื่อทำการวิจัยและส่งเสริม การสร้างสันติภาพในอาเซียน
  5. ความมั่นคงทางทะเล เป็นประเด็นที่ประเทศนอกภูมิภาคให้ความสนใจ ซึ่งอาเซียนเอง จะต้องรักษาความเป็นแกนหลัก หรือ Centrality ในเรื่องนี้ให้ได้
  6. สิทธิมนุษยชน คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights- AICHR) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไทยมีส่วนร่วม สำคัญในการจัดตั้งอยู่ในระหว่างการจัดทำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อจะนำไปสู่การสร้างกลไก เช่นสนธิสัญญา และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ประเด็นสำคัญของไทยผลักดันในการสร้างประชาคมการเมืองและความมั่นคงต่อไปในอนาคต

  • ส่งเสริมค่านิยมของประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และหลักการนิติธรรมในอาเซียน โดย มุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในงานของประชาคมการเมืองและความมั่นคง โดยใช้หัวข้อการหารือเป็นตัวตั้งในการเชิญองค์กรที่มิใช่ของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหา nontraditional threats เช่นเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติอาชญากรรมข้ามชาติเช่น การค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ เป็นต้น และมุ่งดำเนินภารกิจทางมนุษยธรรมมากกว่าด้านการเมือง
  • ส่งเสริมให้มีความโปร่งใสมากขึ้นระหว่างฝ่ายกลาโหมอาเซียน โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่อง arms modernization ละการส่งผู้สังเกตการณ์ในการซ้อมรบ ควรมีความร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้นในเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติและการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ
  • ส่งเสริมความร่วมมือของอาเซียนในการแก้ปัญหาร่วมกัน เช่นในเรื่องของ
    (1) ปฏิบัติการ รักษาสันติภาพ
    (2) การบริหารจัดการภัยพิบัติโดยเฉพาะการจัดทำระบบและยุทธศาสตร์บูรณาการโดยประสานการทำงานของฝ่ายพลเรือน ฝ่ายกลาโหมอาเซียน และสำนักเลขาธิการ อาเซียน และ
    (3) การส่งเสริมความมั่นคงทางทะเลและการปราบปรามโจรสลัด

ดูรายละเอียดทั้งหมด