ความคืบหน้าการเจรจาในกรอบอาเซียน

Association of Southeast Asian Nations

ผู้นําอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีแผนการดําเนินงาน (AEC Blueprint) และตารางเวลาดําเนินงาน (Strategic Schedule) เป็ นภาคผนวกไปในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อกําหนดเป้ าหมายและแผนการดําเนินงานจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC: ASEAN Economic Community) ในปี 2558

สถานะการดําเนินงาน

1. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน

  1. การดําเนินงานตาม AEC Blueprint สํานักงานเลขาธิการอาเซียนได้จัดทํา AEC Scorecard ซึ่งเป็นกลไกในการติดตามวัดผลการดําเนินงานตาม AEC Blueprint ซึ่งจากการวัดผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2551-30 กันยายน 2552 อาเซียนมีมาตรการที่ต้องดําเนินการทั้งสิ้น 105 มาตรการ แต่อาเซียนสามารถทําได้เพียง 76 มาตรการ ทําไม่ได้ 29 มาตรการ (คิดเป็ น 72.38% ของแผนงานที่ต้องดําเนินการทั้งหมด)
  2. ในส่วนของไทย มีมาตรการที่ต้องวัดผลในช่วงดังกล่าว 109 มาตรการ แต่ทําได้เพียง 86 มาตรการ หรือทําได้ 78.90% ยังขาดมาตรการที่ไม่สามารถทําได้อีก 23 มาตรการ รายละเอียดแผนงานที่ ยังไม่เป็นไปตามที่กําหนดตามเอกสารแนบ

    • แนวทาง
      1. ผลักดันให้ทุกประเทศเร่งรัดการดําเนินงานในส่วนของแผนงานที่ยังไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ เพื่อไม่ให้สะสมกับแผนงานที่จะต้องวัดผลในปี ต่อไป
      2. ในส่วนของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการตามแผนงานที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว (เรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที 1 ธ.ค. 52)

  3. ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ขณะนี้ยังขาดอีก 2 ประเทศที่ยังไม่ให้สัตยาบัน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ซึ่งอินโดนีเซียอยู่ในกระบวนการภายในขั้นสุดท้าย ในส่วนของไทยต้องสรุปผลการหารือเรื่องอัตราภาษีข้าวกับประเทศฟิ ลิปปินส์ก่อนจึงจะสามารถแจ้งให้สัตยาบันได้ ซึ่งคาดหมายให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 มกราคม 2553แนวทาง เร่งหาข้อสรุปประเด็นอัตราภาษีข้าวของฟิ ลิปปินส์ เพื่อที่ไทยจะสามารถให้สัตยาบันความตกลง ATIGA ได้โดยเร็วที่สุด
    • แนวทาง เร่งหาข้อสรุปประเด็นอัตราภาษีข้าวของฟิ ลิปปินส์ เพื่อที่ไทยจะสามารถให้สัตยาบันความตกลง ATIGA ได้โดยเร็วที่สุด

  4. ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA) มีการลงนามในความตกลง ACIA ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552แต่ความตกลงยังไม่มีผลบังคับใช้เนื่องจากประเทศสมาชิกอาเซียนยังให้สัตยาบันไม่ครบ เหลืออีก 4 ประเทศที่ยังไม่ให้สัตยาบัน คือ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว และไทย
  5. สําหรับตารางข้อสงวนเปิดเสรีการลงทุนที่เป็นภาคผนวกของความตกลง ACIA ประเทศสมาชิกอาเซียนยังอยู่ในระหว่างการจัดทํา โดยอาเซียนได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องของร่างข้อสงวน ซึ่งมีบางประเทศที่ยังต้องมีการปรับปรุงร่างรายการข้อสงวนของตนให้เป็นไปตามหลักการที่ได้ตกลงกันไว้ ทั้งนี้อาเซียนได้ตั้งเป้าหมายที่จะหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ที่คงค้างให้ได้ก่อนการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในเดือนสิงหาคม 2553

    ในส่วนของไทยมีประเด็นเรื่องการเปิดเสรีบางรายการที่จะต้องยกเลิกข้อสงวน (เปิดเสรี) ในวันที่1 มกราคม 2553 ตามพันธกรณีเดิมที่มีภายใต้กรอบความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) ซึ่งเป็นความตกลงการลงทุนฉบับเดิมที่ยังมีผลไปจนกว่า ACIA จะมีผลบังคับใช้แทน จํานวน 3 สาขาย่อยได้แก่(1) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (2) การทําป่าไม้จากป่าปลูก (3) การเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ได้พิจารณาทบทวนการเปิดเสรีการลงทุนตามพันธกรณีของ AIA และมีมติให้ชะลอการเปิดเสรีการลงทุนฯ ใน 3 สาขาย่อยดังกล่าวออกไปก่อน โดยให้มีคณะทํางานเพื่อหารือและเสนอแนวทางการเปิดเสรีการลงทุนในกิจการ 3 สาขาย่อย ข้างต้น โดยให้สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นหัวหน้า คณะทํางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นองค์ประกอบ สําหรับรายการข้อสงวนของไทยภายใต้ACIA ให้คงข้อสงวนข้างต้นไว3

    • แนวทาง ประสานสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลง AIA และการจัดทํารายการข้อสงวนของความตกลง ACIA เพื่อให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทํารายการข้อสงวนของไทย

  6. ข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการ ชุดที่ 7 ภายใต้ความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) ประเทศสมาชิกจะต้องจัดทําข้อผูกพันการเปิดตลาดให้ได้ขั้นตํ่า 65 สาขาย่อย แต่ยังขาดอีก 2 ประเทศ ที่ทําไม่ได้ตามเป้าหมายที่กําหนด ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งจะต้องเร่งดําเนินการต่อไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจัดทําข้อผูกพันการเปิดตลาดในชุดต่อไป
    • แนวทาง ปงเร่งรัด/ผลักดันให้ฟิลิปปินส์ และเวียดนามจัดทําข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการให้ได้ตามเป้าหมายที่กําหนดโดยเร็ว

    2. เขตการค้าเสรีของอาเซียนกับประเทศค่เจรจา

    1. อาเซียนได้สรุปผลการเจรจาจัดทําเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ โดยล่าสุดรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ลงนามในความตกลง FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และพิธีสารเพื่อรับไทยเข้าเป็นภาคีในความตกลงการค้าสินค้า และความตกลงการค้าบริการ ภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-เกาหลี ไปในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 สําหรับความตกลงด้านการลงทุนภายใต้กรอบอาเซียน-เกาหลี ได้สรุปผลและลงนามไปแล้วเช่นกัน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552
    2. นอกจากนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 41 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้ลงนามในความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย และความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-จีนไปแล้วด้วย

      สรุปสถานะความตกลง FTA ของอาเซียนกับประเทศค่เจรจาต่างๆ

      กรอบความตกลงวันที่ลงนามวันที่มีผลใช้บังคับ
      อาเซียน-จีนการค้าสินค้า
      การค้าบริการ (ชุดที่ 1)
      การลงทุน
      29 พฤศจิกายน 2547
      14 มกราคม 2550
      15 สิงหาคม 2552
      20 กรกฎาคม 2548
      1 กรกฎาคม 2550
      กุมภาพันธ์ 2553
      อาเซียน-ญี่ปุ่นความตกลงหุ้นส่วน
      เศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น
      (AJCEP)
      11 เมษายน 25511 มิถุนายน 2552
      อาเซียน-เกาหลการค้าสินค้า

      การค้าบริการ

      การลงทุน
      24 สิงหาคม 2549(ไทยเข้าร่วมลงนามในภายหลัง เมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ 2552
      21 พฤศจิกายน 2550(ไทยเข้าร่วมลงนามในภายหลัง เมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ 2552
      2 มิถุนายน 2552
      1 มิถุนายน 2550(มีผลใช้บังคับกับไทย 1 ตุลาคม 2552)
      1 พฤษภาคม 2552(มีผลใช้บังคับกับไทย 1 มิถุนายน 2552)
      31 ตุลาคม 2552
      อาเซียน-อินเดียการค้าสินค้า
      การค้าบริการ/ การลงทุน(อยู่ระหว่างการเจรจา)
      13 สิงหาคม 255220 กรกฎาคม 2548
      มกราคม 2553
      อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนดสินค้า/บริการ/ลงทุน27 กุมภาพันธ์ 2552มกราคม 2553
      • แนวทาง
      1. เร่งประชาสัมพันธ์ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับภาคการผลิต ผู้ประกอบการ และ ภาคเอกชนได้รับทราบและเข้ามาใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงต่างๆ เหล่านี้
      2. เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน/เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบสําหรับสาขาที่ไทยมีความอ่อนไหว

    3. ประเทศค่เจรจาที่มีศักยภาพในอนาคต นอกจากประเทศคู่เจรจาดังกล่าวข้างต้นที่อาเซียนได้จัดทํา FTA ด้วยแล้ว ยังมีประเทศคู่เจรจาที่อาเซียนให้ความสนใจที่จะจัดทํา FTA ด้วยอีกหลายกลุ่ม อาทิ MERCOSUR (ตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง มีสมาชิก 4 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา บราซิลปารากวัย อุรุกวัย) และ GCC (คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ มีสมาชิก 6 ประเทศ คือ สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ คูเวต โอมาน บาห์เรน) ซึ่งขณะนี้ อาเซียนอยู่ระหว่างการศึกษา และประเมินความเป็นไปได้และจะเสนอผลการศึกษาได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2553
      • แนวทาง ในส่วนของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้มีโครงการจ้างศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทํา FTA ในกรอบ ASEAN-MERCOSUR และ ASEAN-GCC แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นโครงการที่ทําคู่ขนานไปกับการศึกษาในกรอบของอาเซียน คาดว่า จะสรุปผลการศึกษาได้ในเดือนกรกฎาคม 2553 และมีนาคม 2553 ตามลําดับ

    4. การขยาย FTA ของอาเซียนออกไปในกรอบภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในอนาคตอันใกล้ยังมีความเป็นไปได้ที่อาเซียนจะขยายการจัดทํา FTA ออกไปในกรอบที่กว้างขวางขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในกรอบ อาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่ น เกาหลีใต้) ที่เรียกว่า East Asia Free Trade Area (EAFTA) หรือในกรอบอาเซียน+6 (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่ น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) ที่เรียกว่า Comprehensive Economic Partnership in East Asia (CEPEA) ซึ่งขณะนี้อาเซียนได้จัดตั้งคณะทํางานขึ้น 4 คณะ (กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า การจําแนกพิกัดศุลกากร พิธีการศุลกากร ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ) เพื่อพิจารณาประเด็นใน ด้านเทคนิคแล้ว
      • แนวทาง
      1. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อคิดเห็นและท่าทีไทยประกอบการประชุมในระดับคณะทํางานทั้ง 4 คณะ
      2. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศอยู่ระหว่างการจ้างศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทํา FTA ในกรอบอาเซียน+3 และอาเซียน +6 เช่นกัน คาดว่า ในเดือนสิงหาคม 2553 น่าจะ ได้รับผลการศึกษาที่จะนํามาใช้ประกอบการพิจารณาและตัดสินใจได้