AEC Fact Book

AEC : ASEAN Economic Community

ผู้นำอาเซียนมีเจตนารมย์มุุงมั่นสร้างประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558 ภายใต้ กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) ซึ่งมี ผลใช้บังคั บแล้วเมื่อเดือน ธันวาคม 2552 เอกสารเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Factbook) นี้จัดทำขึ้นโดยสำนักเลขาธิการอาเซียน เป็นการรวบรวมข้อมูลองค์ประกอบสำคัญๆ 4 ด้านหลักของการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 ตามแผนงานใน AEC Blueprint เปรียบเสมือนการสร้างบ้านโดยมีพิมพ์เขียวเป็นกรอบ และมีเสาคานหลัก 4 ด้านที่จะทำให้บ้านมีความแข็งแกร่งมั่นคง ทั้งนี้ เสาคานแต่ละด้านล้วนเป็นพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้ตกลงประสานการดำเนินงานให้เป็นหนึ่งเดียว (Concerted) และไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในด้านการเปิดเสรี การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือต่างๆ ด้านแนวลึกและแนวกว้าง ภายในอาเซียนรวมทั้งกับภายนอกอาเซียน ตลอดจนการปรับปรุงกลไกด้านสถาบันของการหารือ ในระดับสูงของรัฐมนตรี ทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการหารือร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของอาเซียน นอกจากนี้ยังได้ประมวลคำถามและคำตอบในประเด็นที่พบบ่อยไว้ในตอนท้ายด้วย

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิขย์ ในฐานะสำนักประสานงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแห่งชาติ (National AEC Coordinating Agency) เป็นหน่วยกลางของไทยในการขับเคลื่อนบูรณาการงานที่ เกี่ยวกับ AEC ทั้งระบบให้เป็นไปตามแผนงานสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ได้สรุปคำแปลเป็นภาษาไทยขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลความเป็นมาและความเป็นไปของการก่อตั้ง AEC ได้อย่างทั่วถึง

กรมฯ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ และช่วยพัฒนาต่อยอดความรู้ความสามารถในการติดตามเรื่องต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการแสวงหาโอกาสของผลประโยชน์ และปรับตัวรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวมต่อไป

บทนำก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เมื่อปี 2546 ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และประชาคมความมั่นคง เดิมกำหนดเป้าหมายที่จะตั้งขึ้นในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงกันเลื่อนกำหนดให้เร็วขึ้นเป็นปี 2558 และก้าวสำคัญต่อมาคือการจัดทำปฏิญญาอาเซียน(ASEAN Charter) ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2552 นับเป็นการยกระดับความร่วมมือของอาเซียนเข้าสู่มิติใหม่ในการสร้างประชาคม โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางกฎหมายและมีองค์กรรองรับการดำเนินการเข้าสู่เป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2558

สำหรับเสาหลักการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมืออย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้น ต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำพิ มพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศรษฐกิจในด้านต่างๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการต่างๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้า

เพื่อสร้างพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อาเซียนได้กำหนดยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่สำคัญ ดังนี้
  1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
  2. การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
  3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
  4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน

การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนมี ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยอาเซียนได้กำหนดกลไกและมาตรการใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วเร่งรัดการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสำคัญลำดับแรก อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคคล แรงงานฝีมือและผู้เชี่ยวชาญ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกสถาบันในอาเซียน

การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน มี 5 องค์ ประกอบหลัก คือ
  1. การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี
  2. การเคลื่อนย้ายบริการเสรี
  3. การเคลื่อนย้ายการลงทุนเสรี
  4. การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีขึ้น
  5. การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี

ทั้งนี้ อาเซียนได้กำหนด 12 สาขาอุตสาหกรรมสำคัญลำดับแรกอยู่ภายใต้ตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ได้แก่ เกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ ไม้ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ การขนส่งทางอากาศ สุขภาพ e-ASEAN ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ รวมทั้งความร่ ฃวมมือในสาขา อาหาร เกษตร และป่าไม้

การเป็นตลาดสินค้าและบริการเดียวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยประเทศสมาชิกได้ ร่วมกันดำเนินมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของอาเซียน ได้แก่ ยกเลิกภาษีศุลกากรให้หมดไป ทยอยยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี ปรับประสานพิธีการด้านศุลกากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางธุรกรรม เคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี นักลงทุนอาเซียนสามารถลงทุนได้อย่างเสรีในสาขาอุตสาหกรรมและบริการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเปิดให้ เป็นต้น

2. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน

เป้าหมายสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การสร้างภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีความเจริญรุ่งเรือง และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันมี 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
  1. นโยบายการแข่งขัน
  2. การคุ้มครองผู้บริโภค
  3. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IPR)
  4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  5. มาตรการด้านภาษี
  6. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อผูกพั นที่จะนำกฎหมายและนโยบายการแข่งขันมาบังคับใช้ภายในประเทศ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันและสร้างวัฒนธรรมการแข่งขั นของภาคธุรกิจที่เป็นธรรม นำไปสู่การเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคในระยะยาว

3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน

การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน มี 2 องค์ประกอบ คือ
  1. การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
  2. ความริเริ่มในการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiatives for ASEANIntegration: IAI) ความริเริ่มดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องว่างการพัฒนา ทั้งในระดับ SME และเสริมสร้างการรวมกลุ่มของกัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม ให้สามารถดำเนินการตามพันธกรณีและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน รวมทั้งเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

อาเซียนอยู่ในท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อระหว่างกันและมีเครือข่ายกับโลกสูงโดยมีตลาดที่พึ่งพากันและอุตสาหกรรมระดับโลก ดังนั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจของอาเซียนสามารถแข่งขันได้ในตลาดระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีพลวัตรเพิ่มขึ้นและเป็นผู้ผลิตของโลก รวมทั้งทำให้ ตลาดภายในยังคงรักษาความน่าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอาเซียนจึงต้องมองออกไปนอกภูมิภาค

อาเซียนบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยดำเนิน 2 มาตรการ คือ
  1. การจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) และความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด (CEP) กับประเทศนอกอาเซียน
  2. การมีส่วนร่วมในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก